เกษตรจับมืออุตุร่วมพยากรณ์ภูมิอากาศเพื่อการเกษตร

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 กลุ่มวิศวกรรมเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร เข้าร่วมหารือการใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาในการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศเร่งพัฒนาภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยยึดหลักบูรณาการระหว่างหน่วยงานและใช้ทรัพยากรภาครัฐร่วมกัน ซึ่ง นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าพบหารือกับ ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อเตรียมการและกำหนดประเด็นการร่วมกันพัฒนาโมเดลพยากรณ์สภาพภูมิอากาศเพื่อแจ้งเตือนภาวะเสี่ยง และแนะนำภาวะเหมาะสมสำหรับกิจกรรมการเกษตรแก่เกษตรกร โดยได้ข้อตกลงในการพัฒนาการพยากรณ์ จำนวน 3 โมเดล คือ
1. การพยากรสภาพอากาศปิด ล่วงหน้า 7 วัน เพื่อแจ้งเตือนการหยุดเผาในไร่นาของพื้นที่เสี่ยงต่อการสะสมฝุ่นละออง ป้องกันไม่ให้กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
2. การพยากรณ์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดการระบาดของโรคแมลงชนิดต่างๆ จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย เพื่อการแจ้งเตือนเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันและวางแผนควบคุมล่วงหน้า
3. การพยากรณ์สภาพอากาศรองรับระบบเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) ล่วงหน้าถึง 120 วัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตในแต่ละพื้นที่ล่วงหน้าได้ตลอดฤดูเพาะปลูก สามารถกำหนดวันปลูก ใส่ปุ๋ย ผสมเกสร เก็บเกี่ยว ตาก ฯลฯ และเตรียมพร้อมปัจจัยการผลิต ทำให้ลดความเสียหายของการผลิต เช่น การพยากรณ์วันฝนตก วันปลอดฝน ช่วงอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงสูง เป็นต้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการการทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) สำหรับการเกษตรในพื้นที่เปิด
ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่ากรมอุตุนิยมวิทยาพร้อมที่จะดำเนินการพยากรณ์สภาพอากาศปิดเพื่อสนับสนุนให้กรมส่งเสริมการเกษตรนำไปใช้ในการแนะนำแก่เกษตรกรได้ภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรก็พร้อมที่จะส่งพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา เงื่อนไขของสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค แมลงชนิดต่างๆ และสภาพที่เหมาะสมต่อการทำกิจกรรมเกษตรขั้นตอนต่างๆให้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทันทีและต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาโมเดลการพยากรณ์ร่วมกัน
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมอุตุนิยมวิทยายังได้มีแผนการจัดทำพื้นที่นำร่องสังเกตการณ์ผลการพยากรณ์เพื่อการปรับโมเดลพยากรณ์ภูมิอากาศเพื่อการเกษตรดังกล่าวให้มีความแม่นยำขึ้นเป็นลำดับต่อไป โดยหวังว่าความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานจะเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรไทยได้พัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดบนฐานการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *