การส่งเสริมการเกษตรด้วยระบบ MRCF

[dropcap style=”square” color=”#dd3333″]M[/dropcap] -Mapping ในอดีตฐานข้อมูลมีเป็นจำนวนมากทั้งจริงและไม่จริง ทำให้เกษตรกรตัดสินใจลำบาก ดังนั้นข้อมูลที่ดีสุดที่จะสื่อสารได้ต้องสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ บริหารการจัดการได้ คือการนำข้อมูลไปสู่ระบบ Mapping จึงทำให้ทราบข้อมูลเชิงกายภาพในพื้นที่นำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลการใช้พื้นที่ถูกต้องได้ อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เช่น ในแผนที่ของอำเภอหนึ่ง เมื่อเกษตรกรมาแจ้งข้อมูลการปลูกพืช ข้อมูลก็จะถูกนำลงไปใส่ในแผนที่ เป็นภาพออกมาให้เห็นชัดเจนว่าปลูกอะไรอยู่ตรงไหน หากมีการเปลี่ยนแปลงชนิดพืช แผนที่ก็จะถูกเปลี่ยนไปตามที่เกษตรกรแจ้ง และนอกจากจะทราบว่าพืชใดปลูกอยู่จุดใดแล้ว ยังมีข้อมูลของจุดรับซื้อผลผลิต เส้นทางการขนส่ง ซึ่งทั้งหมดทำให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนเข้าไปส่งเสริมหรือช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งสำคัญข้อมูลเชิงแผนที่ยังตอบโจทย์สิ่งที่เป็นมิติของการทำงานเชิงโซนนิ่ง คือ การผลิตพืชให้สอดคล้องกับความ เหมาะสมของศักยภาพของพื้นที่ โดยผู้จัดทำ คือ กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งในข้อมูลจะระบุว่าตำบลนี้มีพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกอะไรหรือไม่เหมาะในการปลูกอะไร ฉะนั้นที่อำเภอจะติดแผนที่โซนนิ่งเอาไว้เปิดให้ประชาชนไปตรวจสอบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ศักยภาพระดับใด เพื่อจะกำหนดทิศทางในการพัฒนาตัวเองว่าจะต่อสู้ต่อไปเพราะอยู่ในพื้นที่ดีหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่ดีจะหาทางออกอย่างไร

[dropcap style=”square” color=”#dd3333″]R[/dropcap] -Remote Sensing เป็นระบบที่นำเกษตรกรไปสู่การเข้าถึงข่าวสาร และบุคคลที่ให้ข่าวสาร โดยจะมีแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟซ บุ๊ก ระบบเว็บไซต์ที่หลายคนทำแล้ว ในระบบส่วนกลางในเรื่องของแอพพลิเคชั่นจะมีอยู่ในโทรศัพท์ที่เกษตรกรสามารถหาคำตอบในเรื่องที่ต้องการได้ ส่วนเจ้าหน้าที่มีระบบการเรียนรู้ E-Learning เป็นการนำระบบสื่อสารเข้ามาปรับปรุงทั้งตัวบุคลากรและชาวบ้าน     จากนั้นนำไปใช้ในระบบออฟฟิศที่เรียกว่า Smart Office ซึ่งข้อมูลของเกษตรกร 7 ล้านข้อมูล ย้ายเข้าไปในบัตรประชาชนหมดแล้ว และมีการนำไปใช้ที่อำเภอซึ่งมีการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรไว้ 115 อำเภอ สามารถเสียบบัตรและอ่านข้อมูลได้ โดยต้องเสียบบัตรของเจ้าหน้าที่ด้วยเพื่อจะได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่คนใดเข้ามาอ่านบัตรของเราบ้าง และบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่คนนั้นไว้เพื่อป้องกันสิทธิ์ของชาวบ้าน

[dropcap style=”square” color=”#dd3333″]C[/dropcap] -Community Participation เป็นงานที่ต้องทำกับชุมชน ฉะนั้นจากข้อมูลที่อยู่ในตัว M โครงการต่าง ๆ ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และมีนักส่งเสริมการเกษตรเข้าไปจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ต้องมีเกษตรกรต้นแบบ มีสินค้าจริง มีแปลงเรียนรู้ให้แตกต่างจากศูนย์เรียนรู้ทั่วไป

[dropcap style=”square” color=”#dd3333″]F[/dropcap] -Specific Field Service คือการเน้นจุดเฉพาะการเข้าไปถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย